แกนนำเดโมแครตบอยคอตต์หารืองบประมาณกับทรัมป์

ทำเนียบขาวเผชิญความเสี่ยงพบกับภาวะ “ชัตดาวน์” ครั้งแรกในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังแกนนำพรรคเดโมแครตไม่เข้าร่วมการหารือแผนงบประมาณฉบับใหม่ผู้นำสหรัฐ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ว่านายชัค ชูเมอร์ ประธานวิปเสียงข้างน้อยของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา และนางแนนซี เปโลซี ประธานวิปเสียงข้างน้อยของพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร

ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ขอเป็นฝ่ายยกเลิกการเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันอังคาร เพื่อหารือเกี่ยวกับร่างแผนงบประมาณสำหรับปีการเงิน 2561 โดยให้เหตุผลว่า “ไร้ประโยชน์” กระนั้นทั้งคู่ยืนยันการเจรจาในเรื่องนี้กับแกนนำเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกันในทั้งสองสภาต่อไป ขณะที่ผู้นำสหรัฐซึ่งนั่งคอยอยู่ที่ห้องประชุม “จนนาทีสุดท้าย” กล่าวว่าเขา “ไม่แปลกใจ” กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยอมรับว่าทำเนียบขาวกับพรรคเดโมแครตยังคงมีจุดยืนแตกต่างกันอย่างมากในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับร่างแผนงบประมาณ ที่รวมถึงมาตรการจัดระเบียบคนเข้าเมืองและการปฏิรูปภาษีด้วยการลดอัตราภาษีนิติบุคคล ที่ทำเนียบขาวมองว่าเป็นการช่วยเหลือชนชั้นกลาง แต่สำนักงบประมาณทำเนียบขาวเตือนว่าอาจเพิ่มปริมาณหนี้สาธารณะของประเทศอีก 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 45.6 ล้านล้านบาท ) ภายในปี 2570

อย่างไรก็ตาม การที่กำหนดการพบหารือในเรื่องสำคัญเช่นนี้ระหว่างผู้นำสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน กับสมาชิกระดับอาวุโสของพรรคเดโมแครต ที่มีอันต้องล่มไม่เป็นท่าทั้งที่ยังไม่เกิดขึ้น ยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับทรัมป์และสภาคองเกรส ในการเร่งประนีประนอมเพื่อเห็นชอบร่างแผนงบประมาณฉบับใหม่ร่วมกัน เพื่อผ่านเป็นกฎหมายงบประมาณกลางฉบับปี 2561 ให้ทันภายในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ มิเช่นนั้นรัฐบาลกลางอาจต้องเผชิญกับภาวะ “ชัตดาวน์” ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2556 และเป็นครั้งแรกในสมัยรัฐบาลทรัมป์ ที่บริหารประเทศยังไม่ครบ 1 ปีเต็ม. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews