คนไทยติดกินหวาน ดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ

ปัจจุบันคนไทยนิยมรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานมากขึ้น ทั้งในกลุ่มคนวัยทำงาน ตลอดจนเด็ก และวัยรุ่น จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ ตามมา อาทิ โรคอ้วน ฟันผุ เบาหวาน ฯลฯ

เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานเผยผลสำรวจว่า คนไทยรับประทานน้ำตาลสูง กลุ่มเด็กและวัยรุ่นนิยมดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำผลไม้ แม้จะมีความรู้ว่าการกินหวานมากเกินไปนั้นทำให้เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ อาทิ โรคอ้วน ฟันผุ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จึงร่วมกับ เอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทำการสำรวจเด็กวัยเรียน และหนุ่มสาววัยทำงาน ในกรุงเทพมหานครฯ และ 4 จังหวัดหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี และสงขลา รวมทั้งสิ้น 2,238 ตัวอย่าง โดยพบว่า ตัวอย่าง 2 ใน 3 ยังไม่ลดหรือควบคุมการกินหวาน เกือบ 1 ใน 4 ดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำทุกวัน/เกือบทุกวัน บางรายยังดื่มมากกว่า 1 ขวด/กระป๋องต่อวัน และคนที่ดื่มน้ำอัดลมเกือบครึ่งหนึ่ง มักทานขนมขบเคี้ยวกรุบกรอบควบคู่ไปด้วยทุกครั้งหรือที่มีโอกาส

เมื่อสอบถามความคิดเห็นต่อการลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มลงจนถึงระดับหวานน้อย พบว่าไม่มีผลทำให้กลุ่มตัวอย่างดื่มเครื่องดื่มลดลง แต่เมื่อสอบถามถึงการขึ้นราคา พบว่าหากปรับขึ้นราคาน้ำอัดลม ชา กาแฟ จะมีผลต่อการตัดสินใจลดหรือเลิกดื่ม ยิ่งปรับราคามากขึ้น ยิ่งมีผลต่อการตัดสินใจลด หรือเลิกมากขึ้นตามลำดับ มาตรการด้านภาษีจึงอาจส่งผลต่อการควบคุมเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ส่วนด้านความคิดเห็นต่อมาตรการการห้ามจำหน่ายน้ำอัดลมในสถานศึกษา พบว่าตัวอย่างส่วนใหญ่สนับสนุนมาตรการดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการห้ามจำหน่ายในโรงเรียนอนุบาล ประถม และมัธยม

ด้าน ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวว่า การสำรวจครั้งนี้เพื่อสนับสนุนมาตรการโรงเรียนปลอดน้ำอัดลม และเครื่องดื่มรสหวานในสถานศึกษา ตามที่กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดเป็นนโยบาย ส่วนมาตรการด้านภาษีและราคา แม้การศึกษานี้จะสอดคล้องกับการศึกษาในต่างประเทศ ที่พบว่าเป็นมาตรการที่ช่วยลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงได้ หากแต่ในทางปฏิบัติยังคงต้องมีการประเมินความเป็นไปได้ในการดำเนินการในแง่มุมอื่นๆ เพิ่มเติม

ขอบคุณ สสส.